top of page
logo nextwave.png

ข้อมูลของคุณลูกลบไปแล้วจริงหรือ? เสริมความมั่นใจและยกระดับการลบข้อมูลด้วย Data Eraser

  • 6 days ago
  • 1 min read

ในปัจจุบัน “ข้อมูล” เปรียบเสมือนทรัพย์สินสำคัญขององค์กร เต็มไปด้วยความเสี่ยง ที่ไม่ได้อยู่แค่ตอนใช้งาน แต่ความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นได้มากที่สุดหลังจากที่อุปกรณ์ และข้อมูลกำลังหมดอายุการใช้งาน


หลายองค์กรยังเข้าใจว่า

ลบไฟล์แล้ว = ปลอดภัย

Format แล้ว = หมดแล้ว

ทำลายเครื่อง = จบ


แต่ความจริงคือ…ข้อมูลเหล่านั้นยังคงอยู่ครบ และยังสามารถกู้คืนได้อยู่ ❗ 

Data Sanitization คือ “การลบหรือทำลายข้อมูลให้หายไปจริงๆ ถาวร” ไม่ว่าจะเป็นบน HDD, SSD, Laptop, VM และอื่นๆ ไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้ ตามแนวทางของ NIST ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือขั้นสูง หรือใช้เทคนิคระดับ forensic ก็ตาม


แล้ววิธีไหนที่ “ไม่ถือว่าเป็น” Data Sanitization?

  • การลบไฟล์ หรือ ข้อมูลทั่วไป

  • Formatting

  • การรีเซ็ตเครื่อง

  • File Shredding

  • การทำลายอุปกรณ์โดยไม่มีการยืนยันผล


เพราะวิธีเหล่านี้ขาดการตรวจสอบผล และหลักฐานยืนยันหลังการลบข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ยืนยัน้ว่า “ข้อมูลเรานั้นถูกลบจริง และไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนได้”


ส่วนวิธีที่ “ถูกต้อง” สำหรับ Data Sanitization มีอะไรบ้างที่ถือว่าได้มาตรฐาน?

  • Physical Destruction

  • Cryptographic Erasure

  • Data Erasure (Software-based)


การเลือกวิธีลบข้อมูล ไม่ควรมองแค่ “ลบได้” แต่ต้องมองว่า ลบแล้ว “ปลอดภัยแค่ไหน?” และ “พิสูจน์ได้หรือไม่?” สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราลบข้อมูลแล้วต้องมี "หลักฐานยืนยัน” ว่าลบแล้วจริง


โดยเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดเข้มงวด ควรเลือกใช้ Data Sanitization ที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบ และสามารถออกใบรับรองได้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลจะไม่กลายเป็นความเสี่ยงในอนาคต และไม่ส่งผลกระทบต่อองค์กร



ขอบคุณข้อมูลจาก :

header.all-comments


bottom of page